ImpactChat ต่างจาก ChatGPT อย่างไร?
ChatGPT ออกแบบมาเพื่อคนคนเดียว ส่วน ImpactChat ออกแบบมาเพื่อทั้งบริษัท — ให้ทุกคนใช้ AI ภายใต้ workspace เดียว พร้อมคุมสิทธิ์ โควตา เอกสาร เอเจนต์ และงบประมาณจากส่วนกลาง
FAQ
สำหรับบริษัทที่อยากเลิกใช้ AI แบบต่างคนต่างทำ — แล้วเปลี่ยนเป็นระบบกลางที่ควบคุมได้จริง
ChatGPT ออกแบบมาเพื่อคนคนเดียว ส่วน ImpactChat ออกแบบมาเพื่อทั้งบริษัท — ให้ทุกคนใช้ AI ภายใต้ workspace เดียว พร้อมคุมสิทธิ์ โควตา เอกสาร เอเจนต์ และงบประมาณจากส่วนกลาง
ใช้ได้ ImpactChat ออกแบบมาให้เริ่มได้โดยไม่ต้องมีทีมไอทีภายใน ทีม ImpactMind AI ดูแลการตั้งค่าเริ่มต้น ออกแบบเอเจนต์ อบรมการใช้งาน และซัพพอร์ตภาษาไทยให้
ได้ ImpactChat เป็น workspace ในแบรนด์ของคุณ — ทีมเข้าใช้แล้วรู้สึกเหมือนเป็นพื้นที่ทำงาน AI ของบริษัทเอง ไม่ใช่เครื่องมือกลางๆ ของใครก็ไม่รู้
ไม่ต้อง ImpactChat มาพร้อมเอเจนต์และเทมเพลตภาษาไทยที่ใช้ได้ทันที — ตอบลูกค้า สรุปเอกสาร เขียนข้อเสนอขาย ร่างอีเมล ทำคอนเทนต์ ทีมเริ่มจากงานจริงได้ตั้งแต่วันแรก
ได้ ตั้งเพดานการใช้งานรวมของบริษัทและจำกัดรายคนได้ — กันไม่ให้ค่าใช้จ่ายบานปลายเกินงบที่วางไว้ตั้งแต่ต้น
ได้ Document Q&A ให้ทีมถามจากเอกสารที่อัปโหลดเข้าระบบได้ตรงๆ — คู่มือสินค้า นโยบายบริษัท เอกสารอบรม ขั้นตอนการทำงาน หรือคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย
การใช้ AI กลายเป็นระบบกลางของบริษัทที่ควบคุมได้ ไม่ใช่บัญชีส่วนตัวกระจัดกระจายของพนักงานแต่ละคน — แอดมินกำหนดได้ว่าใครเข้าถึงอะไร ตั้งสิทธิ์รายคน ดูภาพรวมการใช้งานจากส่วนกลาง และวางเพดานการใช้งานรวมเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบที่บริษัทกำหนด
เปิดเพิ่มได้ตามคำขอ สำหรับองค์กรที่ต้องการ — ทั้ง SSO / SAML / LDAP และ 2FA รวมถึงความสามารถขั้นสูงอย่าง Code Interpreter สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในแพ็กเกจมาตรฐาน แต่เปิดให้เฉพาะองค์กรที่ต้องการเป็นรายกรณีได้
Still deciding?
นัดคุยสั้นๆ แล้วเราจะบอกได้ว่าทีมคุณควรเริ่มใช้ ImpactChat แบบไหน